สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATIC) ระบุ โครงสร้างเงินเดือนของบุคลากรทำงานด้านไอซีทีของประเทศยังไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานตั้งแต่ปีที่ 2 เงินเดือนกระโดดเร็วมากกว่าความสามารถที่แท้จริง เตรียมจัดทำโครงสร้างเงินเดือนเสนอสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) เพื่อให้เป็นมาตรฐาน และเป็นประโยชน์ ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้จัดซื้อจัดจ้างงานไอที

นายจำรัส สว่างสมุทร นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATIC) กล่าวว่า ขณะนี้โครงสร้างเงินเดือนบุคลากรทำงานด้านไอซีทีในประเทศไทย ไม่ถูกกว่าอินเดียแล้ว เพราะเด็กจบใหม่มีรายได้ 15,000 - 17,000 บาท และเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอย่างมากในช่วงของการทำงานตั้งแต่ปีที่ 2 ขึ้นไป แม้คุณสมบัติจริง ๆ ไม่สอดคล้องนัก โดยเฉพาะการเปลี่ยนงานบ่อย ๆ แม้ความสามารถไม่เหมาะสมนัก ทั้งนี้เป็นเพราะบุคลากรด้านไอซีทีของประเทศยังไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 35,000 คนเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลต้องการให้ไอซีทีของประเทศโตปีละร้อยละ 20 จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรด้านนี้เข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากกว่าร้อยละ 20 จึงจะได้อัตราเติบโตของอุตสาหกรรมไอซีทีที่ร้อยละ 20 ต่อไป

ดังนั้นจึงจะมีการเสนอรายละเอียดของงาน และโครงสร้างเงินเดือนบุคลากรทำงานด้านไอซีทีให้สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) พิจารณา เพื่อจะได้นำมาใช้ประโยชน์ในการกำหนดโครงสร้างเงินเดือนที่เป็นมาตรฐานในการบริหารบุคลากรด้านไอซีที และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงในการพิจารณาโครงสร้างเงินเดือนได้ ขณะเดียวกันบุคลากรที่อยู่ในสายอาชีพด้านไอซีทีก็จะทราบทิศทางในการเติบโตในสายอาชีพและอัตราค่าจ้างที่สมควรจะได้รับอย่างชัดเจนมีทิศทาง

ด้านผู้จัดซื้อจัดจ้างก็จะได้รับการส่งสัญญาณให้ทราบว่า งานที่ต้องใช้บุคลากรไอซีทีแต่ละลักษณะต่องานแต่ละชิ้น สมควรจะมีระดับค่าใช้จ่ายที่เทียบกับบุคลากรที่จำเป็นต้องใช้ในระดับที่เหมาะสมควรจะเป็นอัตราเท่ากับค่าจ้างที่ต้องจ่ายต่อคนต่อวันตามความสามารถ เพราะปัจจุบันมีปัญหาว่า ผู้จัดซื้อจัดจ้างมักต้องการจ่ายค่าจ้างที่ต่ำ ซึ่งถือว่าต่ำเกินไป ซึ่งทำให้ในที่สุดจะทำให้ผู้ขายทำงานด้านไอซีทีให้ มีข้อจำกัดจนทำให้งานไม่ได้คุณภาพ จนโครงการของผู้จัดซื้อจัดจ้างไม่ประสบผลสำเร็จในที่สุด

นายจำรัส กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดมาตรฐานอ้างอิงในการจ่ายค่าจ้างบุคลากรด้านไอซีที จะช่วยกำหนดได้ว่า ประเทศไทยจะอยู่จุดไหนในธุรกิจด้านไอซีที ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยจะมีความถนัดเฉพาะด้านมากกว่า ต่างจากประเทศอินเดียที่มีบุคลากรทำงานด้านไอซีทีจำนวนมาก และมีการพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะถือว่าการได้ไปทำงานในต่างประเทศเป็นเรื่องที่น่าพอใจกว่าการทำงานในประเทศ

นายจำรัส กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของ ATIC ในปี 2549 ว่า จะร่วมกับ SIPA จัดทำโครงการ Industry Sector Summit เพื่อสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายซอฟต์แวร์ระหว่างผู้ผลิตในประเทศที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประมาณ 1,200 ราย และกลุ่มผู้ต้องการ 6 กลุ่มอุตสาหกรรมขึ้น ประกอบด้วย อุตสาหกรรมสุขภาพ อาหาร ท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจขายปลีก และธุรกิจขนส่ง ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เติบโตเพียงพอที่จะระดมทุน ก็จะให้ความรู้ เพื่อสนับสนุนให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ต่อไป เป็นต้น พร้อมกันนี้ จะจัดทำทำเนียบผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไอซีทีไทยขึ้น ล่าสุดมีรายชื่อกิจการไอซีทีประมาณ 4,000 รายชื่อ นอกจากนี้ ยังจะร่วมมือกับศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำ Thailand ICT Market 2005& Outlook 2006 ขึ้น เพื่อจะได้ทราบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไอซีที 1,200 ราย มีผลประกอบการอย่างไรบ้าง และสภาวะโดยรวมมีผลประกอบการอย่างไร เพื่อประโยชน์ทราบทิศทางอุตสาหกรรม เพื่อจะนำไปสู่การส่งเสริมที่ถูกต้องต่อไป เป็นต้น.

ข่าวจาก ผจก.


#############################

พูดไม่ออก เราคนทำงาน IT เปลี่ยนงานกันบ่อยก็เพราะเรื่องความรู้ ประสบการณ์ สังคม และค่าจ้าง

อีกอย่างงาน IT ใช่ว่าจะสบายเหมือนงานอื่น ๆ เพราะบางทีใช้งานกันหนักมาก ค่าล่วงเวลาก็ไม่มีให้

สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ ขอบอกว่า สิ้นคิดมาก เป็นการกดดันอาชีพคน IT อย่างเห็นได้ชัด

บอกว่าเด็กจบใหม่ได้ 15 - 17 อืม ผมว่ามันก็โอเคแล้วเป็นมาตรฐานของอาชีพนี้ บวกกับค่าครองชีพในแต่ละวันด้วยแล้ว แทบจะไม่เหลือเก็บ

และที่บอกว่าเด็ก IT มีแค่ 35000 ถ้าลดค่าจ้างลงใครจะสนใจมาเรียนสายนี้กันมิทราบ เอาอะไรคิดครับทั่นรัฐมนตรี

หาก บ. ในไทยรับนโยบายมา ทีนี้เราก็ต้องหนีจาก บ. ไทยไปหา บ. ต่างชาติกันเยอะขึ้น และแน่นอน อย่าลืมเรื่องภาษาหละ สร้างติดตัวไว้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรื่องลดเงินเดือนคงไม่เวิร์ก แต่มันก็จริงอยู่อย่างนะ ที่ว่าหลาย ๆ คนได้เงินเดือนเยอะเกินความสามารถของตัวเองอะ

#1 By T!D on 2006-05-05 01:44

เอ่อ เอ่อ เ่อ่อ......ถ้าเงินเดือนมันลดจริงๆ กลับไปข้าพเจ้าหางานบ.ต่างด้าวแน่ๆ

#2 By * Night Wanderer * on 2006-05-07 17:48

ผมเห็นด้วยครับ ไม่ควรลดเงินเดือนเลย เพราะว่า ICT ก็เรียน ยากนะครับ อีกอย่างบางคน ก็เรียน แบบ Inter มาถือว่าเป็นคนที่มี ศักยภาพที่ดีมากเลย ในการติดต่อสื่อสารกะ ชาวต่างชาติ เค้าลงทุนมาแพง เค้าลงทุนมาเยอะ ผมว่าเงินเดือนแค่นี้ ยังน้อยไปด้วยซ้ำครับ ถ้าคิดถึง กว่าที่เค้าจะเรียนออกมาจบได้ กว่าที่เค้าจะสะสมประสบการณ์ มาได้ มันยากนะครับ

ความคิดในแง่มุม ของเด็ก ICT

#3 By DEKICT (203.113.38.10) on 2006-06-01 02:36

เหอะๆ ไปทำงานให้ต่างชาติดีกว่ามั้ยนี่
ค่าเทอมมานแพงนะ

#4 By warware (202.28.181.10 /10.90.5.116) on 2006-06-01 08:37

แล้วที่บอกว่าไม่เก่งอะนะ ไม่มีใครเก่งทุกด้านหรอกนะ แต่ถ้าอยากให้ดีขึ้นน่าจะมีการจัดงานนัดชุมนุมชาว It มาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ กันสิน่าจะดีกว่านี้ คิดเหมือนกันไหมละคับ พี่น้อง ชาว It

#5 By warware ต่อ (202.28.181.10 /10.90.5.116) on 2006-06-01 08:44

อ้าว จาลดทำไมอ่าเนี่ย
ค่าเรียนก้อแพงนะคับ

เพราะพวกคุณทำกันอย่างงี้ไง
กดเงินเดือนกันเหลือแค่นี้
คนรุ่นใหม่เค้าถึงไม่ค่อยอยากมาเรียนกันไงครับ แล้วจะบอกทำไมหละ ว่าประเทศต้องการบุคคลากรเพิ่มอีกปีละ 20%

คุณทำอย่างงี้ ผมว่ามันจายิ่งลดหละครับ

เหอะ ๆ เซ็งตั้งแต่เรื่องแอดมิชชั่นละ
ไอ้รัฐบาลชุดนี้ ทำอะไรไม่ได้เรื่องซักอย่าง


ปล. สงสัยต้องไปอยู่ต่างประเทศ

#6 By กำลังจาขึ้นปี1คณะictมหาลัยแห่งหนึ่ง (58.8.171.210) on 2006-06-01 11:00

พวกี่ไม่ใช่ไอทีคงอิตฉาอะสิ เงินเดือนน้อยเลยมาลดของพวกไอที อิจฉาก็ไปเรียนมาทำงานสิ อยากไปเรียนที่อื่นแล้วมาโวยวายลด ทำเว็บแข่งกันให้พวกจบอย่างอื่นแล้วไปเรียนเสริมทำเว็บก็สู้คนจบไอทีจริงๆไม่ได้หรอก เรียนเสริมมันก็เหมือนเรียนสนุกๆไม่ลึกเลย

#7 By เหอๆ (124.120.185.194) on 2006-06-03 17:45

15k-17k เรายังว่าน้อยเลยนะ

ทำงานเอกชนนะคับไม่ใช่งานราชการ

ภายใน 10ปียังตั้งตัวไม่ได้นี่ก็น่าจะเข้าขั้นแย่แล้ว

ถ้าเป็นงานราชการจะว่าไปอย่าง

#8 By bhob (58.9.53.50) on 2008-04-22 01:39

ลดเงินเดือนอีก มีหวังผมเลิกทำงานด้านไอที เป็นงานหลัก

#9 By iAmbAsE on 2009-06-04 15:15