Freedom !!!

posted on 07 Oct 2006 23:51 by teno  in Malcontent
เผยผู้จุดชนวนพฤษภาทมิฬ ‘สุรยุทธ์’ รับนำพลบุกรอยัล


22 มิถุนายน 2543 กองบรรณาธิการ ไทยโพสต์

เปิดผลสอบ พ.ค.ทมิฬฉบับไม่เปื้อนหมึก นายทหาร ฝ่ายข่าวระบุผู้ใกล้ชิดศูนย์อำนาจให้ข่าวผิดข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การตัดสินใจ ผิดพลาด เด็กสุ-เต้-ตุ๋ยเชื่อฝังหัวม็อบก่อการร้ายจะบุกไปล้อมวัง “สุรยุทธ์” ยอมรับนำพลบุกโรงแรมรอยัล


อ้างทหารเข้าใจผิด-กดดันเลยกระทืบคน ฝ่าย “ตู่ เมตตา” แฉเด็กจิ๋ว “อดุลย์ บุญเสรฐ” ให้เรียก จยย.รับจ้างไปชุมนุม

กระทรวงกลาโหมได้เปิดเผยผลการสอบสวนเหตุการณ์เดือน พฤษภาคม 2535 แล้วเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.นี้ โดยเป็นการเปิดเผยข้อความทั้งหมด ไม่มีปกปิดขีดทับ เพียงปิดเฉพาะชื่อแผนยุทธการทางทหาร ชื่อหน่วย และรหัสทางทหาร

พล.อ.สนั่น ขจรกล่ำ โฆษกกระทรวงกลาโหม ซึ่งเชิญตัวแทน คณะกรรมการญาติวีรชนฯ และสื่อมวลชน ไปรับสำนวนการสอบสวน 605 หน้า รายงานการประชุม 121 หน้า และสรุปผลการสอบสวน 8 หน้า เมื่อบ่ายวันพุธ กล่าวว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารกระทรวงกลาโหม ซึ่งมี พล.อ.ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ เป็นประธาน ได้ทำหนังสือถึงบุคคลที่มี ชื่อปรากฏในสำนวนการสอบสวน 42 ราย ว่าจะยอมให้เปิดเผยชื่อหรือไม่ ปรากฏว่า มีผู้ตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร 19 คน ที่เหลือมีการแจ้งทางโทรศัพท์บ้าง โดยถ้าไม่มีหนังสือคัดค้าน คณะกรรมการก็ถือว่ายินยอมให้เปิดเผยชื่อ ซึ่งปรากฏว่า มีเพียงพลเรือน 2 คนที่ไม่มีหนังสือตอบมา คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ จึงถือว่ายินยอมและให้เปิดเผยชื่อไปเลย

โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความ เห็นชอบตามมติของคณะกรรมการเมื่อเย็นวันที่ 20 มิ.ย. ดังนั้น จึงนำมาเปิด เผยในช่วงบ่ายวันนี้ โดยใช้เวลาช่วงเช้าถ่ายเอกสารให้ ทั้งนี้ ยังมีการปกปิด เพียงแผนยุทธการและชื่อหน่วยทหารบางหน่วย โดยเปิดเผยเฉพาะหน่วย ใหญ่ๆ เช่น กองทัพภาคที่ 1 พล.1 รอ. แต่ต้องปกปิดหน่วยเล็กๆ เพราะไม่อยากให้มีผลกระทบ

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ กล่าวว่า การเปิดเผยครั้งนี้ต้องยอมรับว่าดีกว่าครั้งที่ผ่านมา คณะทำงาน ติดตามการเปิดเผยรายงานผลการสอบสวนฯ จะอ่านข้อมูลทั้งหมดในค่ำวัน เดียวกันนี้ เพื่อสรุปรายละเอียด และจะแถลงข่าวอีกครั้งในวันที่ 22 มิ.ย. อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า รายงานผลการสอบสวนภาคผนวก 114 หน้า ที่กระทรวงกลาโหมบอกว่าเป็นรายงานการประชุมนั้น เมื่อดูแล้วเป็นสรุปแผนปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งยังมีการปกปิดรายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงกลาโหมบอกว่า รายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่ปกปิดนั้นเกี่ยวข้องกับการสั่งการลั่นกระสุนใส่ประชาชน หากเปิดเผยก็อาจจะมีผลกระทบกับบุคคลนั้นๆ คณะกรรมการญาติวีรชนฯ จะเรียกร้องกับนายกรัฐมนตรีต่อไป ให้เปิดเผยผลการสอบสวนชุดของรัฐบาล ที่มีนายโสภณ รัตนากร เป็นประธาน รวมทั้งชุดของ พล.อ.บรรจบ บุนนาค ที่เรียกว่า สมุดปกขาว เพื่อเป็นช่องทางเบาะแสติดตามหาผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงผลการสอบสวนที่นำมาเปิดเผยว่า ในส่วนของสรุปรายงานผลการสอบสวน 8 หน้า ที่ก่อนหน้านี้มีการปกปิดไว้ 4 บรรทัด ปรากฏว่า เป็นเนื้อหาที่พาดพิงถึงพรรคพลังธรรม โดยเป็นข้อความ อยู่ในวงเล็บว่า “จากหลักฐานของตำรวจ ผู้ที่เริ่มเผาสถานีตำรวจนครบาล นางเลิ้งเป็นนักศึกษารามคำแหงและธรรมศาสตร์ ซึ่งถูกจับได้ และอยู่ ระหว่างดำเนินคดีฟ้องศาลในข้อหาลักทรัพย์หรือโจรกรรมทรัพย์สินของทางราชการ มีอาวุธปืน วิทยุ และเครื่องแต่งกาย และมีสมาชิกพรรคพลังธรรม มาขอประกันตัว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ยอมให้ประกันตัว พออนุมานได้ว่า พรรคพลังธรรมมีส่วนในการจัดตั้งกลุ่มมือที่ 3 เพื่อจุดชนวนขึ้น”

สำหรับข้อความที่พาดพิงถึง พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ ปรากฏใน คำให้การของ พ.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผบ.พัน ร.2 ราบ 11 รอ. ชี้แจงข่าวที่ว่า จ.ส.อ.เมตตา เต็มชำนาญ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมด้วย โดยบอกว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2535 จ.ส.อ.เมตตาได้มาพบแจ้งว่า พ.ต.ท.อุดลย์ บุญเสรฐ ส.ส.พิจิตร พรรคความหวังใหม่ ซึ่งเป็นกรรมาธิการสอบสวนของสภาผู้แทนราษฎร พูดในที่ประชุมว่า พบ จ.ส.อ.เมตตาในที่ชุมนุม จ.ส.อ.เมตตาจึงทำ บันทึกเล่าให้ฟังว่า พ.ต.ท.อดุลย์เป็นผู้บอกให้ จ.ส.อ.เมตตาชักชวนกลุ่ม จักรยานยนต์มาชุมนุม

ต่อมา คณะกรรมการได้เรียก จ.ส.อ.เมตตามาสอบสวน ซึ่ง จ.ส.อ.เมตตาให้การว่า พ.ต.ท.อดุลย์ได้มาชักชวนให้นำจักรยานยนต์ไปชุมนุม ประท้วง ซึ่งก็ได้บอกคนสนิทให้ไปชักชวนจักรยานยนต์รับจ้างมาชุมนุมวันที่ 17 พ.ค. โดยเมื่อพบกันตอน 20.00 น. พ.ต.ท.อดุลย์บอกว่า ให้ช่วยกัน ถ้างานนี้สำเร็จจะได้เป็น รมช.มหาดไทย คุมงานตำรวจทั้งหมด และยังบอกว่า อีกสักครู่ช่วยกันต้อนคนไปล้อมวัง ตนเองก็พยักหน้า แต่เห็นว่าการล้อม วังไม่ถูกต้อง

สำหรับคำให้การของฝ่ายทหาร ที่น่าสนใจคือ คำให้การของ บรรดานายทหารที่ใกล้ชิดกับศูนย์อำนาจในขณะนั้น เช่น พล.ท.ชัยณรงค์ หนุนภักดี แม่ทัพภาคที่ 1 เชื่อว่าผู้ชุมนุมมี 3 ประเภท คือ ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย พวกที่อยากรู้และออกมาดู กับพวกที่ได้รับการฝึกมาก่อการจลาจล ซึ่งมีน้อย ไม่ถึง 500 คน แต่หลังจากมีการชุมนุมหลายวัน ก็มีฝูงชนที่บ้าคลั่งเกิดขึ้นด้วย ด้านการข่าว ยอมรับว่าทหารตามไม่ทัน เช่น มีการเตรียมแฟกซ์ไว้ 300 เครื่อง มีการส่งคนไปให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศ มีการปล่อยข่าวต่างๆ นานา ขณะที่ฝ่ายทหารซื่อเกินไป

พล.ต.ฐิติพงษ์ เจนนุวัตร ผบ.พล.1 รอ. ระบุว่า การชุมนุม เรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนี้เป็น “การเรียกร้องซึ่งแฝงไปด้วยการก่อการร้ายที่ ต้องการให้เกิดขึ้นได้” โดยส่วนหนึ่งเป็นมวลชนจัดตั้งจากต่างจังหวัด มีบางส่วนน่าสงสัย เช่น ผกค.กลับใจ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคใต้ และทหารพรานบางส่วน ในคืนวันที่ 18 มีการยึดรถโดยสาร ยึดรถน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาพุ่งชนแนวทหาร ซึ่งสุดวิสัยที่จะป้องกันโดยความสงบ จึงสั่งให้หยุดรถยนต์ที่พุ่งเข้ามา โดยให้ยิงยาง แต่กระสุนก็อาจจะแฉลบได้

“ผมอยากจะให้ท่านคณะกรรมการได้เห็นว่า ที่เรายิงไปนั้นยิงอยู่ 2 ครั้งเท่านั้นเอง คือยิงไปที่รถยนต์ 2 คัน ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้นดัง เป็นที่ปรากฏแล้ว มีการล้มตายประมาณสักไม่เกิน 40 คน และบาดเจ็บก็คง จะประมาณ 400-500 คน”

พล.ต.ทวีศักดิ์ หนุนภักดี ผบ.ขกท. ซึ่งนับเป็นผู้ใกล้ชิดศูนย์ อำนาจคนสำคัญ ให้การว่า ฝ่ายข่าวได้ข้อมูลว่า มีการเตรียมเทียนไข เพื่อจะไปล้อมวังแล้วจุดเทียนถวายฎีกา ซึ่งมีบทเรียนมาแล้วว่า ถ้ามีคนเป็น แสนจะเกิดความเสียหายที่ควบคุมไม่ได้ จึงต้องยับยั้งไว้ที่สะพานมัฆวานฯ ทั้งนี้ ได้ประมาณการว่า ถ้าจับตัวหัวหน้าคือ พล.ต.จำลอง แล้วคงจะเรียบร้อย แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น

พล.ต.สมประสงค์ ม่วงกล่ำ เสธ.ทภ.1 กล่าวว่า ฝ่ายข่าว หลายหน่วยงานรายงานตรงกันว่า ผู้ชุมนุมจะไปล้อมวัง อาจจะไปทูลเกล้าฯ หรือจุดเทียน ไม่ทำอะไร คงล้อมรอบอยู่ แต่ในฐานะที่เป็นทหาร จำเป็นที่ จะต้องให้ไม่เป็นที่รบกวนเบื้องพระยุคลบาท ถ้าไม่ยับยั้งไว้ มีการเผาทั่วไปหมด แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เชื่อว่า ม็อบจะต้องไปถึงที่สุด เพราะข่าวยืนยันตลอด

อย่างไรก็ดี พ.อ.ประสงค์ บุญถนอม ฝ่ายข่าว ศปก.ทบ. ได้ให้การอีกด้านหนึ่งต่อคณะกรรมการว่า การข่าวของกองกำลังรักษาพระ นครทั้งหมดมี พล.ต.ทวีศักดิ์เป็นผู้ประมวล เคยเสนอแล้วมีความรู้สึกไม่ตรงกัน ทั้งจำนวนผู้ชุมนุมและรายละเอียด เช่น การชุมนุมที่ลานพระบรมรูปฯ ตนเองเห็นว่ามีคนราว 2.5-3 หมื่น ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นผู้มีการจัดตั้ง ก็เป็นธรรมดา แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากผู้มีภูมิปัญญาในระดับกลาง ซึ่งไม่เคย เห็นการชุมนุมครั้งไหนเป็นการเริ่มต้นแบบนี้ และมีรถเก๋งจอดจำนวนมาก

“ผมก็เข้าไปทานข้าวกับ มทภ.1 แล้วก็ พล.ต.ทวีศักดิ์ก็นั่งอยู่ด้วย ก็ฟังเขาคุยกันถึงเรื่องข่าว ทางแม่ทัพก็ถามผมว่า ประมาณเท่าไร จึงบอกว่า ประมาณ 2 หมื่นห้าถึง 3 หมื่นคน ทาง พล.ต.ทวีศักดิ์ก็แย้งมาว่า มาเจ็ดแปดพันคนเท่านั้น ผมก็บอกไปตามที่ได้เห็นมาดังกล่าวแล้ว เมื่อเขาแย้งผมในฐานะ หน.ข่าว กกล. ผมก็หยุด เพราะเดี๋ยวจะเกิดข้อขัดแย้งกันขึ้น” พ.อ.ประสงค์ระบุ

นอกจากการข่าวที่สับสนแล้ว คำให้การของนายทหารหลายคน ยังแสดงให้เห็นทัศนคติด้านลบต่อสื่อมวลชนว่า มีการบิดเบือนให้ร้ายทหาร เช่น พ.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ ระบุว่า หนังสือพิมพ์ต้องการทำลายสถาบันทหาร เพื่อให้กลุ่มธุรกิจเติบโต ขณะที่ พล.ต.ฐิติพงษ์ก็บอกว่า ซีเอ็นเอ็น สัมภาษณ์แล้วนำไปออกข่าวไม่ตรง พล.ต.จตุฤทธิ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร เลขานุการกองทัพบก กล่าวว่า ข่าวซีเอ็นเอ็นมีการตัดต่อภาพ โดยผู้ชุมนุมคงจะส่งคนไปประกบซีเอ็นเอ็นแล้วช่วยตัดต่อ

สำหรับการยิงใส่ประชาชนนั้น พ.อ.นพดล อินทปัญญา เสธ.พล.1 รอ. รับว่า ในเช้ามืดวันที่ 17 พ.ค. พบ.ร.1 รอ.ได้นำหน่วยทหาร เข้าคลี่คลายสถานการณ์ที่ถนนราชดำเนินนอก หลังจากมีการเผา สน.นางเลิ้ง และมีกลุ่มคนโพกผ้าดำ กลุ่มจักรยานยนต์และขี้เมา ก่อเหตุชุลมุนราว 200-300 คน ทหารเดินเป็น 2 แถวหน้ากระดาน แถวหน้ายิงๆ ไปก็วิ่งไปที เข้าใจว่า โดนคน เห็นคนเจ็บหรือตายประมาณ 4 คน

พ.อ.ภิรมย์ ตังครัตน์ ผบ.ร.1 รอ. รับว่า ได้นำกำลังเข้าเคลียร์ ถนนราชดำเนินนอก โดยให้ทหารยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อให้หนีไป แต่มีฝูงชนขว้าง ระเบิดเพลิงใส่ ทหารตกใจหมอบลงปืนก็ลั่นขึ้น เมื่อหยุดยิงและเดินมาอีก 20-30 เมตร ก็พบคนเจ็บ 4-5 คน จึงเรียกรถมานำส่งโรงพยาบาล โดยยอมรับว่าปวดใจที่มีคนเจ็บ

พล.ต.ท.ชาติชาย ฉายอรุณ ผบ.ตชด. ให้การว่า เช้าวันที่ 19 พ.ค. มีชุดปราบจลาจลทหารอากาศจับคนเจ็บมา 5 คน ในลักษณะที่รวมกับศพ แล้วเอามาส่ง ตชด. บอกให้ไปส่งตำรวจท้องที่ ว่าเป็นผู้วางเพลิงเผากรม ประชาสัมพันธ์ สอบถามว่าโดนอะไรมาจึงเลือดท่วมตัว ก็บอกว่าโดนทหารซ้อม เตะ กระทืบ ตีด้วยพานท้ายปืน ระหว่างที่อยู่ต่อหน้าตำรวจ ก็มีทหาร เดินเข้ามากระทืบบ้าง เตะบ้าง ในที่สุดตำรวจจึงเอาไปส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ดี น.ท.ฉลาด ถนอมเล็ก ผบ.พัน อย.1 ทำหน้าที่ ผบ.พันเฉพาะกิจปราบจลาจล ปฏิเสธว่า เป็นความเข้าใจผิด มีเจ้าหน้าที่ นอกเครื่องแบบจับผู้ชุมนุมมามอบให้ ตชด.

พล.ท.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.นศส. ผู้บัญชาการทหารบกใน ปัจจุบัน ให้การรับว่า เป็นผู้คุมกำลังทหารเข้าไปตรวจค้นในโรงแรมรอยัลที่ ปรากฏภาพเตะต่อยประชาชน โดยอ้างว่า มีคนร้องให้แย่งอาวุธ กำลังพลมี 16 คน กับคนเป็นร้อยเป็นพัน ก็ต้องระวังตัวเป็นธรรมดา คนที่เห็นว่าถูกเตะ หลายครั้งเพราะไม่ยอมหมอบและร้องด่า ยอมรับว่า ภาพออกมาในลักษณะ รุนแรง แต่การฝึกการทำงานของหน่วยเป็นอย่างนี้ ซึ่งคงถ่ายทอดมาตั้งแต่ สมัยที่ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ (ประธานคณะกรรมการ) เป็นผู้ฝึกมาแล้ว ทหารคงรู้สึกกดดัน เพราะมีคนในโรงแรมหลายร้อยคน และเวลามีน้อย ต้องรีบตรวจค้น ข่าวที่ได้รับกับความเป็นจริงแตกต่างกัน เมื่อเข้าไปจึงทราบว่า ผู้อยู่ในโรงแรมส่วนใหญ่เป็นแพทย์พยาบาลและผู้สื่อข่าว

พล.อ.สุรยุทธ์ยังบอกว่า นศส.ที่เข้ามาหนึ่งกองร้อย ใช้กระสุนไป 2,600 นัด ส่วนใหญ่ยิงขึ้นฟ้า ไม่มีคนเจ็บคนตาย ที่มีข่าวว่า หน่วย ฉก.90 ยิงมวลชนที่หัวนั้น เป็นการดิสเครดิต เพราะหน่วย ฉก.90 ไม่ได้เข้ามาร่วม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจครับ ขอบคุณนะครับที่นำมาให้อ่าน

#1 By ตาแดง on 2007-04-06 15:26

ภาพไม่ขึ้นคะ แย่มากๆเลย บล้อกมันทำไมกัน
YouTube got blocked again!

http://www.blognone.com/node/4084

#3 By bact' (58.137.54.35) on 2008-03-13 13:29

ไทยบล็อค YouTube?
http://www.blognone.com/node/4084

#4 By bact' (58.137.54.35) on 2008-03-13 13:30