บันทึก บก.ลายจุด ตอน " ปกครองด้วยความกลัว"
posted on 09 Jul 2007 02:19 by teno in Malcontent
ref: http://www.nocoup.org/
นานเท่าไหร่แล้ว ที่บ้านเมืองไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะความกลัวเยี่ยงนี้
มอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่กล้ามาชุมนุมที่สนามหลวงทั้ง ๆ ที่เกลียด คมช เข้ากระดูกดำ แต่เพราะทุกวินมีทหารไปคุม 1 คน แถมขู่ว่า หากมีใครในวินไปร่วมชุมนม จะยกเลิกวินทั้งวิน
คนชั้นล่างคุ้นเคยกับการถูกข่มขู่ ไม่ว่าจากข้าราชการ เวลาไปทำธุระที่อำเภอ หรือ หน่วยงานไหน ข้าราชการที่ควรจะแปลว่า ข้ารับใช้ประชาชน แต่กล้บทำตัวเหนือประชาชน อ้อ...นี่ที่เรียกว่า "ระบอบอำมาตยธิปไตย"
ครั้งหนึ่ง วินมอเตอร์ไซค์ถูกปกครองโดยมาเฟีย ซึ่งส่วนใหญ่มีทั้งสี มีทั้งขาใหญ่ เสื้อวินตัวหลายหมื่น แถมต้องจ่ายรายวันอีก การสูบเลือดสูบเนื้อแบบนี้ เป็นความชอบธรรมกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนรัฐบาลชุดที่แล้ว ปลดปล่อยความหวาดกลัวนั้น และเขาได้เป็นอิสระจากปลิงดูดเลือด
แต่นั่นแหละ ประชาธิปไตยที่พวกเขาเห็น แม้จะพอกินได้ แต่ถ้าพลาดไปยืนข้างกลุ่มต่อต้านเผด็จการทหาร พวกเขาอาจสูญเสียทั้งหมดที่มี อนาจักรแห่งความกลัวถูกแผ่ขยายออกไป พวกเขาเลือกปิดตา ปิดปาก และ ก้มหน้าทำมาหากินต่อไป ภายใต้เศรษฐกิจที่ตกต่ำ วิ่งรถทั้งวันถึงจะได้เงินกลับมาผ่อนรถ และ เป็นอาหารให้กับตนและครอบครัว
สี่แยกบนถนนราชดำเนิน ตำรวจจารจร ไม่ได้ออกมายืนโบกรถอีก เหตุเพราะมีหทารนับสิบนายประจำอยู่ในแต่ละแยก และทำหน้าที่ตรวจรถ ความจริงก็แค่มายืนโบกรถ แต่ใครที่ขวัญอ่อนเห็นเข้า อาจคิดไปว่า บริเวณสนามหลวงมีเหตุวิกฤติใด พวกทหารจึงออกมายืนเต็มบ้านเต็มเมืองแบบนี้ หรือ ภาพนี้ คือภาพที่สือถึงความเสมอกันทางสถานการณ์ระหว่าง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ กรุงเทพ
เสียงตะโกนหลังกำแพงสกปรกแห่งหนึ่ง ถามมาว่า "ปฏิวัติแต่ก็ยังมีชีวิตปกติ ไม่เห็นมันจะมีปัญหาอะไรเลย ทำไมต้องไล่พวกปฏิวัติ" มันแทบไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเหล่านี้หลุดจากคนชั้นกลาง ที่ชอบอ้างว่าตนเองบริสุทธิและมีวุฒิภาวะสูงกว่าคนบ้านนอกคอกนา จะมีมันสมองพูดประโยคนี้ออกมาได้
ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเลี้ยงหมาเป็นอย่างดี นอนเตียง กินอาหารอิ่ม นอนห้องแอร์ มีคนจูงไปขี้ เยี่ยว แต่ถ้าถามว่า ให้คุณเป็นหมา คุณจะเป็นมั๊ย ? ความจริงแล้ว นอกจากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ ความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยแล้ว มีเรื่องมากมายที่การทำรัฐประหารทำให้เกิดความสูญเสียมหาศาล
จำได้ว่า 1 อาทิตย์หลังการรัฐประหาร ทหารสองนายในเครื่องแบบ พร้อมอาวุธปืน นำภาพถ่ายของพวกเราที่ print ออกมาจากระบบทะเบียนราษฎร์ มาเดินถือไปถือมาใต้ตึกสำนักงาน ถามหาพวกเรากับ รปภ ผมแปลกใจว่า ทำไมพวกเขาไม่เดินเข้ามาในห้องทำงานผมเลย ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป แต่กลับสร้างสงครามประสาทอยู่รอบนอก
เมื่อก่อนเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม มีคนถามผมว่า ผมกลัวหรือไม่ ? ผมตอบเพื่อนไปว่า ผมกลัว
ผมเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีความกลัว เมื่อเขาข่มขู่เอา แต่ว่า แม้จะกลัว แต่ก็เดินหน้าต่อสู้ต่อไป หรือที่เรียกว่า กลัว ๆ กล้า ๆ
หลายปีผ่านมา ผมพยายามเรียนรู้จักความกลัวของตนเอง และ ธรรมชาติของมัน ซึ่งผมเข้าใจว่า พวกทหารจิตวิทยาเขาคงเล่าเรียนเรื่องเหล่านี้มาอย่างเชี่ยวชาญ เขาจึงสามารถปผกครอคนที่เกลียดชังพวกเขาอยู่ได้ โดยที่ยังไม่ถูกลุกหือขึ้นขับไล่
พรุ่งนี้ผมตั้งใจเปิดเวทีปราศัยในพื้นที่ประกาศกฏอัยการศึก ที่เชียงราย เพื่อปลดปล่อยประชาชนจากความกลัว(กฏของ
โจร) ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นภาระกิจที่ยิ่งใหญ่อะไร มันเป็นเรื่องที่ผมจะต้องพิสูจน์ว่า กฏอัยการศึกนั้น ไม่ใช่คำสั่งจากพระเจ้า และ มันใช้การไม่ได้กับคนที่ไม่กลัว หรือ กลัวแต่ก็จะท้าทายกับมัน
"ฉันคิด ฉันเชื่อ ฉันจึงมีอยู่"
เราต่างมีทางเลือกของชีวิต
แม้ว่า เราอาจจะเลือกที่จะเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดมิได้ แต่เราเลือกที่จะปฏิเสธได้ และ ฉันเลือกที่จะมีเสรีภาพในการปฏิเสธ กฏอัยการศึก บ้า ๆ บอ ๆ ที่พวก กบฏ ประกาศ และ ให้คนทุกคนก้มหัวลง
คุณปกครองฉันไม่ได้ ด้วยความกลัว และฉันขอประกาศการมีเสรีภาพ อิสระภาพ จากการปกครองของพวกแก กบฎ
นานเท่าไหร่แล้ว ที่บ้านเมืองไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะความกลัวเยี่ยงนี้
มอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่กล้ามาชุมนุมที่สนามหลวงทั้ง ๆ ที่เกลียด คมช เข้ากระดูกดำ แต่เพราะทุกวินมีทหารไปคุม 1 คน แถมขู่ว่า หากมีใครในวินไปร่วมชุมนม จะยกเลิกวินทั้งวิน
คนชั้นล่างคุ้นเคยกับการถูกข่มขู่ ไม่ว่าจากข้าราชการ เวลาไปทำธุระที่อำเภอ หรือ หน่วยงานไหน ข้าราชการที่ควรจะแปลว่า ข้ารับใช้ประชาชน แต่กล้บทำตัวเหนือประชาชน อ้อ...นี่ที่เรียกว่า "ระบอบอำมาตยธิปไตย"
ครั้งหนึ่ง วินมอเตอร์ไซค์ถูกปกครองโดยมาเฟีย ซึ่งส่วนใหญ่มีทั้งสี มีทั้งขาใหญ่ เสื้อวินตัวหลายหมื่น แถมต้องจ่ายรายวันอีก การสูบเลือดสูบเนื้อแบบนี้ เป็นความชอบธรรมกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนรัฐบาลชุดที่แล้ว ปลดปล่อยความหวาดกลัวนั้น และเขาได้เป็นอิสระจากปลิงดูดเลือด
แต่นั่นแหละ ประชาธิปไตยที่พวกเขาเห็น แม้จะพอกินได้ แต่ถ้าพลาดไปยืนข้างกลุ่มต่อต้านเผด็จการทหาร พวกเขาอาจสูญเสียทั้งหมดที่มี อนาจักรแห่งความกลัวถูกแผ่ขยายออกไป พวกเขาเลือกปิดตา ปิดปาก และ ก้มหน้าทำมาหากินต่อไป ภายใต้เศรษฐกิจที่ตกต่ำ วิ่งรถทั้งวันถึงจะได้เงินกลับมาผ่อนรถ และ เป็นอาหารให้กับตนและครอบครัว
สี่แยกบนถนนราชดำเนิน ตำรวจจารจร ไม่ได้ออกมายืนโบกรถอีก เหตุเพราะมีหทารนับสิบนายประจำอยู่ในแต่ละแยก และทำหน้าที่ตรวจรถ ความจริงก็แค่มายืนโบกรถ แต่ใครที่ขวัญอ่อนเห็นเข้า อาจคิดไปว่า บริเวณสนามหลวงมีเหตุวิกฤติใด พวกทหารจึงออกมายืนเต็มบ้านเต็มเมืองแบบนี้ หรือ ภาพนี้ คือภาพที่สือถึงความเสมอกันทางสถานการณ์ระหว่าง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ กรุงเทพ
เสียงตะโกนหลังกำแพงสกปรกแห่งหนึ่ง ถามมาว่า "ปฏิวัติแต่ก็ยังมีชีวิตปกติ ไม่เห็นมันจะมีปัญหาอะไรเลย ทำไมต้องไล่พวกปฏิวัติ" มันแทบไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเหล่านี้หลุดจากคนชั้นกลาง ที่ชอบอ้างว่าตนเองบริสุทธิและมีวุฒิภาวะสูงกว่าคนบ้านนอกคอกนา จะมีมันสมองพูดประโยคนี้ออกมาได้
ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเลี้ยงหมาเป็นอย่างดี นอนเตียง กินอาหารอิ่ม นอนห้องแอร์ มีคนจูงไปขี้ เยี่ยว แต่ถ้าถามว่า ให้คุณเป็นหมา คุณจะเป็นมั๊ย ? ความจริงแล้ว นอกจากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ ความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยแล้ว มีเรื่องมากมายที่การทำรัฐประหารทำให้เกิดความสูญเสียมหาศาล
จำได้ว่า 1 อาทิตย์หลังการรัฐประหาร ทหารสองนายในเครื่องแบบ พร้อมอาวุธปืน นำภาพถ่ายของพวกเราที่ print ออกมาจากระบบทะเบียนราษฎร์ มาเดินถือไปถือมาใต้ตึกสำนักงาน ถามหาพวกเรากับ รปภ ผมแปลกใจว่า ทำไมพวกเขาไม่เดินเข้ามาในห้องทำงานผมเลย ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป แต่กลับสร้างสงครามประสาทอยู่รอบนอก
เมื่อก่อนเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม มีคนถามผมว่า ผมกลัวหรือไม่ ? ผมตอบเพื่อนไปว่า ผมกลัว
ผมเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีความกลัว เมื่อเขาข่มขู่เอา แต่ว่า แม้จะกลัว แต่ก็เดินหน้าต่อสู้ต่อไป หรือที่เรียกว่า กลัว ๆ กล้า ๆ
หลายปีผ่านมา ผมพยายามเรียนรู้จักความกลัวของตนเอง และ ธรรมชาติของมัน ซึ่งผมเข้าใจว่า พวกทหารจิตวิทยาเขาคงเล่าเรียนเรื่องเหล่านี้มาอย่างเชี่ยวชาญ เขาจึงสามารถปผกครอคนที่เกลียดชังพวกเขาอยู่ได้ โดยที่ยังไม่ถูกลุกหือขึ้นขับไล่
พรุ่งนี้ผมตั้งใจเปิดเวทีปราศัยในพื้นที่ประกาศกฏอัยการศึก ที่เชียงราย เพื่อปลดปล่อยประชาชนจากความกลัว(กฏของ
โจร) ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นภาระกิจที่ยิ่งใหญ่อะไร มันเป็นเรื่องที่ผมจะต้องพิสูจน์ว่า กฏอัยการศึกนั้น ไม่ใช่คำสั่งจากพระเจ้า และ มันใช้การไม่ได้กับคนที่ไม่กลัว หรือ กลัวแต่ก็จะท้าทายกับมัน
"ฉันคิด ฉันเชื่อ ฉันจึงมีอยู่"
เราต่างมีทางเลือกของชีวิต
แม้ว่า เราอาจจะเลือกที่จะเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดมิได้ แต่เราเลือกที่จะปฏิเสธได้ และ ฉันเลือกที่จะมีเสรีภาพในการปฏิเสธ กฏอัยการศึก บ้า ๆ บอ ๆ ที่พวก กบฏ ประกาศ และ ให้คนทุกคนก้มหัวลง
คุณปกครองฉันไม่ได้ ด้วยความกลัว และฉันขอประกาศการมีเสรีภาพ อิสระภาพ จากการปกครองของพวกแก กบฎ
แต่ตอนนี้สงสัยผมคงจะอยู่คนละประเทศกับพี่หนูหริ่งซะแล้ว
เมื่อวานเห็นพี่ออกไปยืนปราศรัยที่ขนส่งเชียงรายในทีวี
เรื่องนี้ต้องดูกันยาวๆ
ตอนนี้ผมนั่งบันทึกว่า ณ เวลานี้ใครทำอะไร พูดอะไรบ้าง
เมื่อเวลาผ่านพ้นไป...
เวลาจะเฉลยเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
ตอนนี้ผมใส่ ? เอาไว้ก่อน
ปล. อ้วนขึ้นเยอะนะครับพี่
#1 By ครูดอยอื่น (125.25.237.192) on 2007-07-09 02:29