คำประกาศของคณะราษฎร์ ฉบับที่ 1
posted on 16 Jul 2007 02:40 by teno in Malcontent
ราษฎรทั้งหลาย
เมื่อกษัตริย์องค์นี้ ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้
คงจะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์หาเป็นไปตามความหวังที่คิดไม่
กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม
ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร
ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้าง ซื้อของใช้ในราชการ
หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน
ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้น ให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองอย่างขาดหลักวิชา
ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม
ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษกิจและความฝืดเคืองทำมาหากินซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฏหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ เพราะรัฐบาลของกษัตริย์นี้
มิได้ปกครองเพื่อประเทศ เพื่อราษฎร ตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ได้กระทำกัน
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส ( ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง ) เป็นสัตว์เดรัจฉาน
ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร
จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งจำนวนหลายล้าน
ส่วนราษฎรสิ จะหาได้แต่ละเล็กแต่ละน้อยเลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว
ถ้าไม่มีเงิน รัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธาแต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข
ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน
ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่า
จะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่
มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้เจ้าได้กิน ว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้
เพราะราษฎรยังโง่ ถ้าราษฎรโง่เจ้าก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน
ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่เป็นเพราะขาดการศึกษา ที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่
เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษา
ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงไม่ยอมให้ทำนาบนหลังตน
ราษฎรทั้งหลาย พึงรู้ไว้เถิดว่าประเทศนี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง
บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศมีอิสรภาพ พ้นมือจากข้าศึก
พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติไว้หลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน
ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง! บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง ชาวนาและทหาร
พ่อแม่ต้องทิ้งนา
เพราะทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด
นักเรียนที่สำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม
เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฏหมาย บีบคั้นข้าราชการผู้น้อย นายสิบและเสมียน
เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ
ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำ จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฎร
ซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป
เงินมีเหลือเท่าไรก็เอาฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย
เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน
ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎร์ขึ้น
และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎร์เห็นว่า
การที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือ หลาย ๆ
ความคิดดีกว่าความคิดเดียว
ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎร์
ไม่มีความประสงค์จะชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป
แต่ต้องอยู่ใต้กฏหมายธรรมนูญปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้
นอกจากความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
คณะราษฎร์ได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธ
หรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตน ว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ
และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ
ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา
ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่า ราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุก ๆ คนจะมีงานทำ
เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ
เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้าได้รวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว
ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎร์จะพึงกระทำก็คือ
จำต้องวางโครงการโดยอาศัยหลักวิชา
ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์ทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่คณะราษฎร์ได้วางไว้มีอยู่ว่า
1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชทางการเมือง การศาลในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ
ของประเทศไว้ให้มั่นคง
2. จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศ การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
3. ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ
จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
4. จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน ( ไม่ใช้พวกเจ้ามีสิทธิ์ยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ )
5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 5
ประการดังกล่าวข้างต้น
6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ราษฎรทั้งหลาย จงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎร์ให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วฟ้าดินนี้ให้สำเร็จ
คณะราษฎร์ขอให้ทุกคนที่มิได้
ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฏหมาย พึงตั้งอยู่ในความสงบ และตั้งหน้าหากิน
อย่าทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางแก่คณะราษฎร์นี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร
หลาน เหลน ของราษฎรเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมสมบูรณ์
ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่อดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกันและมีเสรีภาพ
พ้นจากความเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร
สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา คือความสุขความเจริญอย่างประเสริฐที่เรียกเป็นศัพท์ว่า " ศรีอาริย์ " นั้น
ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า
คณะราษฎร์
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
เมื่อกษัตริย์องค์นี้ ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้
คงจะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์หาเป็นไปตามความหวังที่คิดไม่
กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม
ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร
ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้าง ซื้อของใช้ในราชการ
หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน
ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้น ให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองอย่างขาดหลักวิชา
ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม
ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษกิจและความฝืดเคืองทำมาหากินซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฏหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ เพราะรัฐบาลของกษัตริย์นี้
มิได้ปกครองเพื่อประเทศ เพื่อราษฎร ตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ได้กระทำกัน
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส ( ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง ) เป็นสัตว์เดรัจฉาน
ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร
จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งจำนวนหลายล้าน
ส่วนราษฎรสิ จะหาได้แต่ละเล็กแต่ละน้อยเลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว
ถ้าไม่มีเงิน รัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธาแต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข
ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน
ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวง ไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่า
จะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่
มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้เจ้าได้กิน ว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้
เพราะราษฎรยังโง่ ถ้าราษฎรโง่เจ้าก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน
ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่เป็นเพราะขาดการศึกษา ที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่
เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษา
ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงไม่ยอมให้ทำนาบนหลังตน
ราษฎรทั้งหลาย พึงรู้ไว้เถิดว่าประเทศนี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง
บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศมีอิสรภาพ พ้นมือจากข้าศึก
พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติไว้หลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน
ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง! บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง ชาวนาและทหาร
พ่อแม่ต้องทิ้งนา
เพราะทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด
นักเรียนที่สำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม
เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฏหมาย บีบคั้นข้าราชการผู้น้อย นายสิบและเสมียน
เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ
ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำ จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฎร
ซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป
เงินมีเหลือเท่าไรก็เอาฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย
เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน
ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎร์ขึ้น
และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎร์เห็นว่า
การที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือ หลาย ๆ
ความคิดดีกว่าความคิดเดียว
ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎร์
ไม่มีความประสงค์จะชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป
แต่ต้องอยู่ใต้กฏหมายธรรมนูญปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้
นอกจากความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
คณะราษฎร์ได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธ
หรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตน ว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ
และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ
ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา
ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่า ราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุก ๆ คนจะมีงานทำ
เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ
เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้าได้รวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว
ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎร์จะพึงกระทำก็คือ
จำต้องวางโครงการโดยอาศัยหลักวิชา
ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์ทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่คณะราษฎร์ได้วางไว้มีอยู่ว่า
1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชทางการเมือง การศาลในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ
ของประเทศไว้ให้มั่นคง
2. จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศ การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
3. ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ
จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
4. จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน ( ไม่ใช้พวกเจ้ามีสิทธิ์ยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ )
5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 5
ประการดังกล่าวข้างต้น
6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ราษฎรทั้งหลาย จงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎร์ให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วฟ้าดินนี้ให้สำเร็จ
คณะราษฎร์ขอให้ทุกคนที่มิได้
ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฏหมาย พึงตั้งอยู่ในความสงบ และตั้งหน้าหากิน
อย่าทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางแก่คณะราษฎร์นี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร
หลาน เหลน ของราษฎรเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมสมบูรณ์
ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่อดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกันและมีเสรีภาพ
พ้นจากความเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร
สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา คือความสุขความเจริญอย่างประเสริฐที่เรียกเป็นศัพท์ว่า " ศรีอาริย์ " นั้น
ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า
คณะราษฎร์
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
จุดประสงค์ของการลงประกาศ"คณะราษฎร์" เพื่ออะไรครับ
ผมว่าคงมีหลายคนที่ได้อ่าน Entry นี้ แต่ไม่ลงความเห็น (ความจริงผมก็อ่านมาหลายวันแล้ว แต่ไม่รู้จะคอมเมนต์ยังไง)
เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่างต่างกัน ความเข้าใจต่อจุดประสงค์ของประกาศของคณะราษฎร์ในวันนี้ กับวันที่ประกาศ อาจคลาดเคลื่อน ...
หากเป็นอย่างที่ผมเข้าใจ ผมว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรนะครับ
ปล.หวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่ผมเข้าใจ
#1 By ลูกชิ้น on 2007-07-18 16:35